เครื่องคำนวณเงินเฟ้อ

คำนวณผลของเงินเฟ้อต่อมูลค่าเงินตามกาลเวลา ดูว่าเงินจำนวนหนึ่งในอดีตมีอำนาจซื้อเท่าใดในปัจจุบัน เพียงกรอกจำนวนเงิน อัตราเงินเฟ้อ และจำนวนปี ก็เห็นผล

วิธีใช้งาน

  1. กรอกค่า

    กรอกข้อมูลในช่องที่จำเป็น

  2. กดคำนวณ

    กดปุ่มคำนวณเพื่อดูผลลัพธ์

  3. ดูผลลัพธ์

    ดูผลลัพธ์และแชร์ได้ตามต้องการ

เงินเฟ้อคืออะไร?

เงินเฟ้อ คือภาวะที่ราคาสินค้าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ อำนาจซื้อ ลดลง กล่าวคือปริมาณสินค้าและบริการที่เงินหนึ่งหน่วยซื้อได้ลดน้อยลง เมื่อราคาสูงขึ้น เงิน 10,000 เท่าเดิมก็จะซื้อของได้น้อยลงเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป

เครื่องคำนวณนี้แสดงสองมุมมองพร้อมกัน หนึ่งคือเพื่อรักษาอำนาจซื้อของวันนี้ไว้ในอนาคต ต้องใช้เงินเท่าใด (จำนวนเงินที่ต้องใช้ในอนาคต) และสองคือเงินที่คุณมีวันนี้ ณ จุดเวลาในอนาคต มีมูลค่าที่แท้จริงเท่าใด (มูลค่าเทียบเป็นเงินวันนี้)

เหมาะสำหรับการวางแผนเงินเกษียณ การตั้งเป้าหมายการออมระยะยาว และการเปรียบเทียบผลตอบแทนเชิงนามกับผลตอบแทนที่แท้จริง หากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ คุณจะเห็นว่าแม้เงินจะเพิ่มขึ้นบนกระดาษ แต่อำนาจซื้อที่แท้จริงกลับลดลง

สูตรคำนวณ

เงินเฟ้อทบสะสมในแต่ละปีบนราคาของปีก่อนหน้าในลักษณะดอกเบี้ยทบต้น หาตัวคูณการเพิ่มขึ้นด้วย (1 + r)^n แล้วนำจำนวนเงินมาคูณหรือหารด้วยตัวคูณนั้น

  • จำนวนเงินที่ต้องใช้ในอนาคต = จำนวนเงิน × (1 + r)^n
  • มูลค่าเทียบเป็นเงินวันนี้ = จำนวนเงิน ÷ (1 + r)^n
  • อำนาจซื้อที่ลดลง = จำนวนเงิน − มูลค่าเทียบเป็นเงินวันนี้

ตัวอย่าง: เงิน 1,000,000 อัตราเงินเฟ้อ r=3% (0.03) ระยะเวลา n=10 ปี ตัวคูณคือ 1.03^10 ≈ 1.3439 จำนวนเงินที่ต้องใช้ในอนาคตคือ 1,000,000 × 1.3439 ≈ 1,343,900 และมูลค่าเทียบเป็นเงินวันนี้คือ 1,000,000 ÷ 1.3439 ≈ 744,090 ดังนั้นอำนาจซื้อจึงลดลงราว 255,910 โดย r คืออัตราเงินเฟ้อต่อปี และ n คือจำนวนปี

คำถามที่พบบ่อย

เงินเฟ้อคืออะไร?
เงินเฟ้อคือภาวะที่ราคาสินค้าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเวลาผ่านไป หากเงินเฟ้อ 3% ต่อปี สิ่งที่ปีนี้ซื้อได้ด้วยเงิน 1,000,000 อีกหนึ่งปีจะต้องใช้เงินราว 1,030,000 จึงจะซื้อได้
เงินเฟ้อส่งผลต่ออำนาจซื้ออย่างไร?
เมื่อเกิดเงินเฟ้อ เงินจำนวนเท่าเดิมจะซื้อของได้น้อยลง หากเงินเฟ้อ 3% ต่อปีต่อเนื่อง 10 ปี อำนาจซื้อที่แท้จริงของเงิน 1,000,000 จะลดลงเหลือราว 740,000
CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค) คืออะไร?
CPI ย่อมาจาก Consumer Price Index หรือดัชนีราคาผู้บริโภค เป็นดัชนีที่วัดการเปลี่ยนแปลงราคาของสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ ถือเป็นตัวชี้วัดที่ใช้กันมากที่สุดในการคำนวณอัตราเงินเฟ้อ
'จำนวนเงินที่ต้องใช้ในอนาคต' กับ 'มูลค่าเทียบเป็นเงินวันนี้' ต่างกันอย่างไร?
จำนวนเงินที่ต้องใช้ในอนาคตหมายถึงเงินที่ต้องมี ณ เวลาในอนาคตเพื่อรักษาอำนาจซื้อของวันนี้ไว้ (จำนวนเงิน × ตัวคูณ) ส่วนมูลค่าเทียบเป็นเงินวันนี้หมายถึงมูลค่าที่แท้จริงของเงินคุณ ณ เวลาในอนาคตนั้น (จำนวนเงิน ÷ ตัวคูณ) ทั้งสองคือเงินเฟ้อเดียวกันที่มองจากสองทิศทางตรงข้าม
อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ที่เท่าใด?
ในประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่ ธนาคารกลางตั้งเป้าเงินเฟ้อราว 2% ต่อปี และอัตราจริงในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 2% ถึง 3% การใช้ 2–3% เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับการประมาณการระยะยาวจึงเหมาะสม
ทำไมเงินเฟ้อจึงคำนวณแบบทบต้น?
เพราะการขึ้นราคาในแต่ละปีจะคิดบนฐานราคาที่สูงขึ้นแล้วของปีก่อนหน้า จึงไม่ใช่เพียง 3% × 10 ปี = 30% แต่เป็น (1.03)^10 ≈ 34.4% ยิ่งระยะเวลานานเท่าใด ส่วนต่างจากดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้นก็ยิ่งมากขึ้น
ควรเตรียมรับมือกับเงินเฟ้ออย่างไร?
หัวใจสำคัญคือการสร้างผลตอบแทนที่แท้จริงสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ หุ้น อสังหาริมทรัพย์ และพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ (TIPS) เป็นเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อที่นิยมใช้กัน พึงระวังว่าหากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่ำกว่าเงินเฟ้อ อำนาจซื้อที่แท้จริงจะลดลง
ผลตอบแทนเชิงนามกับผลตอบแทนที่แท้จริงต่างกันอย่างไร?
ผลตอบแทนเชิงนามคืออัตราผลตอบแทนที่เห็นบนผิวซึ่งไม่ได้หักเงินเฟ้อ ส่วนผลตอบแทนที่แท้จริงคืออัตราที่หักส่วนเพิ่มของราคาออกแล้ว วัดตามอำนาจซื้อจริง โดยประมาณ ผลตอบแทนที่แท้จริง ≈ ผลตอบแทนเชิงนาม − อัตราเงินเฟ้อ หากผลตอบแทน 5% ต่อปีและเงินเฟ้อ 3% ผลตอบแทนที่แท้จริงจะอยู่ที่ราว 2%
อัปเดต 2026 — อัตราล่าสุด

เครื่องคิดเลขที่เกี่ยวข้อง