เครื่องคำนวณค่าไฟฟ้า

ประเมินค่าไฟฟ้าจากกำลังวัตต์ ชั่วโมงใช้งาน และอัตราต่อหน่วย (kWh) รองรับแบบขั้นบันได กรอกข้อมูลเครื่องใช้ไฟฟ้าก็รู้ค่าใช้จ่ายต่อเดือน

ตรวจสอบบิลค่าไฟหรือแอปผู้ให้บริการ

วิธีใช้งาน

  1. กรอกค่า

    กรอกข้อมูลในช่องที่จำเป็น

  2. กดคำนวณ

    กดปุ่มคำนวณเพื่อดูผลลัพธ์

  3. ดูผลลัพธ์

    ดูผลลัพธ์และแชร์ได้ตามต้องการ

อัตราค่าไฟแบบขั้นบันไดคืออะไร?

อัตราค่าไฟแบบขั้นบันได คือระบบคิดค่าไฟสำหรับครัวเรือนที่ราคาต่อหน่วย (kWh) จะแพงขึ้นเป็นขั้น ๆ เมื่อบ้านใช้ไฟมากขึ้น ปริมาณการใช้จะถูกแบ่งออกเป็นสามช่วงและคิดเงินจากช่วงต่ำสุดไล่ขึ้นไป ดังนั้นยิ่งใช้มากเท่าไร ไฟส่วนที่เพิ่มขึ้นก็ยิ่งถูกคิดในอัตราที่สูงขึ้น

ทำไมจึงควรรู้

ทันทีที่การใช้ไฟต่อเดือนเกิน 200 kWh หรือ 400 kWh ทั้งราคาต่อหน่วยที่ใช้และค่าบริการพื้นฐานจะขยับขึ้นทีละขั้น ด้วยเหตุนี้เครื่องใช้ไฟฟ้าเดิม ๆ ก็อาจทำให้บิลต่างกันมากขึ้นอยู่กับว่าคุณข้ามเส้นแบ่งช่วงหรือไม่ โดยเฉพาะหน้าร้อนและหน้าหนาวที่เปิดเครื่องทำความร้อนและความเย็นมาก การเข้าสู่ช่วงที่สาม (เกิน 401 kWh) อาจทำให้ราคาต่อหน่วยเพิ่มขึ้นกว่า 2.5 เท่า การคาดคะเนล่วงหน้าว่าการใช้ไฟของคุณอยู่ในช่วงใดจึงช่วยวางแผนประหยัดได้ง่ายขึ้น

สูตรการคำนวณ

ค่าไฟทั้งหมดคิดจาก ค่าบริการพื้นฐาน + ค่าพลังงานไฟฟ้า บวกด้วย ภาษีมูลค่าเพิ่ม 10% และ กองทุนอุตสาหกรรมไฟฟ้า 3.7%

ค่าพลังงานไฟฟ้า = (200 kWh x 120) + (200 kWh ถัดไป x 214.6) + (ส่วนเกิน x 307.3)

ยอดรวม = (ค่าบริการพื้นฐาน + ค่าพลังงานไฟฟ้า) x 1.137

ตัวอย่าง: 350 kWh ต่อเดือน

  • ช่วงที่ 1: 200 kWh x 120 = 24,000
  • ช่วงที่ 2: 150 kWh x 214.6 = 32,190
  • ค่าพลังงานไฟฟ้ารวม = 56,190, ค่าบริการพื้นฐาน 1,600
  • ยอดย่อย 57,790 + ภาษี 5,779 + กองทุน 2,138 = ประมาณ 65,707 วอน

หากประเมินจากเครื่องใช้ไฟฟ้า ให้หาปริมาณการใช้ก่อนด้วย kWh ต่อเดือน = กำลังไฟ (W) x ชั่วโมงต่อวัน x จำนวนวัน / 1,000

คำถามที่พบบ่อย

อัตราค่าไฟแบบขั้นบันไดคืออะไร?
เป็นระบบที่ราคาต่อหน่วยสูงขึ้นเมื่อใช้ไฟมากขึ้น สำหรับที่อยู่อาศัยแบ่งเป็นช่วงที่ 1 (0-200 kWh, 120/kWh), ช่วงที่ 2 (201-400 kWh, 214.6/kWh) และช่วงที่ 3 (ตั้งแต่ 401 kWh, 307.3/kWh) ค่าบริการพื้นฐานก็เพิ่มขึ้นตามช่วงด้วย (910 เป็น 1,600 เป็น 7,300)
ค่าไฟรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่?
ใช่ จากยอดรวมของค่าบริการพื้นฐานและค่าพลังงานไฟฟ้า จะมีการบวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 10% และกองทุนอุตสาหกรรมไฟฟ้า 3.7% แยกต่างหาก เครื่องคำนวณนี้จะบวกทั้งสองรายการให้อัตโนมัติและแสดงยอดบิลสุดท้าย
ตรวจสอบปริมาณการใช้ต่อเดือน (kWh) ได้อย่างไร?
คุณดูปริมาณการใช้ของเดือนปัจจุบัน (kWh) ได้โดยตรงจากแอปของการไฟฟ้า หรือจากใบแจ้งค่าไฟแบบกระดาษหรืออีเมล หากไม่มีใบแจ้ง ก็สามารถประเมินจากกำลังไฟและเวลาใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้าได้
ดูกำลังไฟ (W) ของเครื่องใช้ไฟฟ้าได้จากที่ไหน?
กำลังไฟพิกัด (W หรือ kW) จะระบุอยู่บนฉลากด้านหลังหรือด้านล่างของเครื่อง หรือในคู่มือสินค้า ค่าทั่วไปเช่น แอร์ประมาณ 1,000W ตู้เย็นประมาณ 150W ไมโครเวฟประมาณ 1,200W
ประเมินค่าไฟต่อเดือนจากเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่างไร?
ใช้สูตร: ปริมาณการใช้ต่อเดือน (kWh) = กำลังไฟ (W) x ชั่วโมงต่อวัน x จำนวนวันที่ใช้ / 1,000 ตัวอย่างเช่น แอร์ 1,000W เปิดวันละ 8 ชั่วโมง 30 วัน จะได้ 240 kWh และเข้าสู่ช่วงที่ 2
ไฟสแตนด์บายนับรวมในค่าไฟด้วยไหม?
ใช่ ไฟสแตนด์บายคือไฟที่ถูกใช้แม้เครื่องจะปิดอยู่หรืออยู่ในโหมดพัก และถูกนับรวมในปริมาณการใช้เต็มจำนวน แม้จะเพียง 0.5-10W ต่อเครื่อง แต่เมื่อมีหลายเครื่องเปิดตลอด 24 ชั่วโมง รวมกันต่อเดือนก็กลายเป็นเงินที่มองข้ามไม่ได้
ถ้าใช้เกินเส้นแบ่งช่วงนิดเดียว ค่าไฟจะพุ่งขึ้นมากไหม?
ระบบขั้นบันไดไม่ได้ทำให้ทั้งช่วงแพงขึ้น มีเพียง kWh ที่เกินเกณฑ์เท่านั้นที่ถูกคิดในอัตราสูง อย่างไรก็ตามเมื่อเกิน 401 kWh เข้าสู่ช่วงที่ 3 ค่าบริการพื้นฐานจะกระโดดเป็น 7,300 และใช้อัตรา 307.3/kWh จึงรู้สึกถึงภาระที่เพิ่มขึ้นชัดเจน
วิธีลดค่าไฟที่ทำได้จริงมีอะไรบ้าง?
วิธีที่ได้ผลที่สุดคือลดเวลาการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมาก (แอร์ หม้อหุงข้าว เครื่องอบผ้า) เพื่อเลี่ยงการขึ้นไปช่วงที่สูงกว่า การใช้ปลั๊กพ่วงที่ตัดไฟสแตนด์บายร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงเบอร์ 1 ช่วยให้ลดการใช้ลงได้หนึ่งช่วง
ราคาอัปเดต 2026

เครื่องคิดเลขที่เกี่ยวข้อง